อบจ.ลำพูน สืบสานพลังศรัทธา อัญเชิญ “น้ำทิพย์จำป่าข่า” เตรียมประกอบพิธีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย ประจำปี 2569

[ลำพูน – 29 เมษายน 2569] – องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ร่วมกับ เทศบาลตำบลทากาศเหนือ และชาวอำเภอแม่ทา จัดพิธีอัญเชิญ “น้ำทิพย์จำป่าข่า” น้ำศักดิ์สิทธิ์คู่แผ่นดิน พร้อมประกอบพิธีไหว้เจ้าพ่อผาด่าน เพื่อสืบสานประเพณีล้านนาและเตรียมมุ่งหน้าสู่พิธีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัยในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

พลังศรัทธาแห่งแม่ทา สู่ศูนย์กลางใจเมืองลำพูน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ศาลเจ้าพ่อผาด่าน บ้านท้องฝาย ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นางสุวิมล กันทะสี ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปและรูปจำลองเจ้าพ่อผาด่าน ประจำปี 2569 พร้อมด้วย นายนัทธวัฒน์ เศวตศิรพงศ์ รองประธานสภา อบจ.ลำพูน และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

โดย อบจ.ลำพูน ได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยสนับสนุนงบประมาณจำนวน 200,000 บาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมประเพณีไหว้เจ้าพ่อผาด่าน และพิธีสมโภชอัญเชิญน้ำทิพย์จำป่าข่าในปีนี้

พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์และบรรยากาศแห่งความศรัทธา

ในพิธีดังกล่าว นายฉัตรชัย วงศ์ปริยากร นายอำเภอแม่ทา เป็นประธานในพิธีสมโภชและอัญเชิญน้ำทิพย์จำป่าข่า พร้อมด้วย นายบัญญัติ กิติกาศ นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่งดงามตามแบบฉบับล้านนา

กิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นในช่วงวันที่ 27-29 เมษายน ประกอบด้วย:

  • พิธีสรงน้ำรูปเหมือนเจ้าพ่อผาด่าน: เพื่อแสดงความกตัญญูต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชน
  • พิธีสืบชะตาหลวง: เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่
  • ขบวนแห่น้ำทิพย์จำป่าข่า: การอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์จากอ่างแม่กึมอย่างยิ่งใหญ่

จุดหมายปลายทางสู่ “พระบรมธาตุหริภุญชัย”

สำหรับ “น้ำทิพย์จำป่าข่า” ถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติและความเชื่อยาวนานของชาวแม่ทา โดยจะถูกอัญเชิญเข้าร่วมขบวนสำคัญเพื่อนำไปประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นงานประเพณีที่สำคัญที่สุดของจังหวัดลำพูน เพื่อเป็นการเชื่อมโยงพลังศรัทธาจากชุมชนสู่ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของจังหวัด

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า แต่ยังเป็นการสร้างความสามัคคีและส่งเสริมอัตลักษณ์ของจังหวัดลำพูนให้มีความโดดเด่นและยั่งยืนสืบไป