อบจ.ลำพูน ร่วมยินดีจัดตั้งสภาวัฒนธรรมจังหวัดชุดใหม่ ชูพลังเครือข่าย 8 อำเภอ ขับเคลื่อนมรดกภูมิปัญญาอย่างเป็นระบบ

องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน สนับสนุนพื้นที่จัดประชุมใหญ่คัดเลือกประธานและคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูนชุดใหม่ มติที่ประชุมเห็นชอบให้ “นายพงษ์เทพ มนัสตรง” ดำรงตำแหน่งประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดอีกสมัย พร้อมผนึกกำลังประธานสภาวัฒนธรรม 8 อำเภอ เดินหน้างานวัฒนธรรมทั่วทั้งจังหวัด

🤝 อบจ.ลำพูน ร่วมต้อนรับเครือข่ายวัฒนธรรมทั่วจังหวัด

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน (ตำบลป่าสัก) นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน มอบหมายให้ นายสุธีรพันธ์ สุขวุฒิชัย รองนายก อบจ.ลำพูน ร่วมกล่าวต้อนรับคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมระดับอำเภอ ผู้แทนองค์กรเครือข่ายทางวัฒนธรรม และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ในโอกาสประชุมปรึกษาหารือเพื่อจัดตั้งสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน

โดยมี นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน เข้าร่วมสังเกตการณ์และให้คำแนะนำด้านระเบียบข้อบังคับเพื่อให้การจัดตั้งเป็นไปอย่างถูกต้องตามแนวทางของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

🗳️ มติที่ประชุม: สานต่อภารกิจเพื่อคนลำพูน

วาระสำคัญของการประชุมคือการคัดเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งปราชญ์ชาวบ้าน ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ ดังนี้:

  • ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน: นายพงษ์เทพ มนัสตรง
  • คณะกรรมการบริหาร: แต่งตั้งรองประธานสภาวัฒนธรรมจากทั้ง 8 อำเภอ เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานสภาวัฒนธรรมในระดับอำเภอของตนเอง

โครงสร้างนี้จะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงานอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ ไปจนถึงระดับจังหวัดและประเทศ

🏛️ บทบาทสำคัญของ “สภาวัฒนธรรมจังหวัด”

สภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ดำเนินงานในรูปแบบองค์กรภาคเอกชนภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มีหน้าที่หลักคือ:

  • อนุรักษ์และสืบสาน: จารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของลำพูน
  • สร้างการมีส่วนร่วม: เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการออกแบบกิจกรรมทางวัฒนธรรม
  • ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์: ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างยั่งยืน

“การมีสภาวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คือการมีรากฐานที่มั่นคงของจังหวัด อบจ.ลำพูน พร้อมสนับสนุนการทำงานของสภาวัฒนธรรมทุกระดับ เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมของลำพูนยังคงมีชีวิตและสร้างมูลค่าให้กับชุมชนสืบไป”