อบจ.ลำพูน จับมือ รพ.สวนปรุง เปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพดูแลสุขภาพจิตและสารเสพติด มุ่งสร้างเครือข่ายปฐมภูมิเข้มแข็ง
อบจ.ลำพูน ร่วมกับโรงพยาบาลสวนปรุง กรมสุขภาพจิต จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขปฐมภูมิ ในเขตสุขภาพที่ 1 เน้นการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและสารเสพติดด้วยกลไก “3 หมอ” และ “วัคซีนใจในชุมชน”
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมทองอุไร ชั้น 2 หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพจิตและสารเสพติดในหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ เขตสุขภาพที่ 1 โดยมี นายณรัศมิน เทพมณี เลขานุการนายก อบจ.ลำพูน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองการสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ยกระดับการดูแลสุขภาพจิตเข้าสู่ชุมชน
ทางด้าน นายแพทย์อาทิตย์ เล่าสุอังกูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง ได้เข้าร่วมบรรยายและวางแนวทางการให้บริการสุขภาพจิตที่ครอบคลุม ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชและประชาชนทั่วไป โดยเน้นย้ำความสำคัญของ “คู่มือสร้างสุขโดยทีมหมอครอบครัว” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้บุคลากรในหน่วยบริการปฐมภูมิสามารถส่งเสริม ป้องกัน และให้คำปรึกษาแก่ผู้รับบริการที่มีปัญหาสุขภาพจิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เจาะลึกวิชาการและแนวทางปฏิบัติ (Highlight)
ภายในงานมีการบรรยายและการอภิปรายในหัวข้อที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญ อาทิ:
- แนวทางการบูรณาการงานสุขภาพจิต: โดย นางสาวพุทธชาด ศรีสุวรรณ์ (รพ.สวนปรุง)
- หลักสูตร 3 หมอดูแลสุขภาพจิตและสารเสพติด: โดย นางสาวปาริชาต ยอดคำแปง (รพ.สวนปรุง)
- การสร้างวัคซีนใจในชุมชน (CBTx): การอภิปรายเรื่องบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและสารเสพติด โดย นายภูวดล วงค์ศรีใส และนางสาวธัญสมร มาปัด จากศูนย์สุขภาพจิตที่ 1
ภาคปฏิบัติ: ฝึกทักษะการให้คำปรึกษา
ในช่วงท้ายมีการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ (Workshop) เพื่อฝึกทักษะการให้คำปรึกษาทางสุขภาพจิตในหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ โดยเน้นสถานการณ์จำลองและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมั่นใจ
“เป้าหมายสำคัญคือการทำให้หน่วยบริการปฐมภูมิเป็นด่านหน้าที่เข้มแข็ง ประประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพจิตใกล้บ้าน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างชุมชนที่ปลอดภัยจากปัญหาสารเสพติดอย่างยั่งยืน”








